Obrist Shares His Predictions for Art in 2026

baannoorg article l บ้านนอกอ่าน

ศิลพะยากรณ์ ปี 2026 โดย Hans Ulrich Obrist

-การที่ศิลปินทำงานร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสนับสนุนชุมชน. -การเปลี่ยนผ่านไปสู่ศิลปะที่อาศัยระยะเวลาในการแสดงตัวมัน -การคิดหาแบบจำลองใหม่ๆ สำหรับ biennale

เรียบเรียงโดย: บ้านนอก

งานภัณฑารักษ์ในช่วงปีที่ผ่านมาคือแบบพิมพ์เขียว ซึ่งภัณฑารักษ์ทำหน้าที่เสมือนผู้ที่เชื่อมโยงวัฒนธรรมเข้ามาหากัน แนวทางเช่นนี้ทำให้ผู้เขียนมองย้อนกลับไปในช่วงแห่งความร่วมมือขนานใหญ่ ที่เกิดขึ้นกับกลุ่มศิลปินจากโลกใต้ (global south) ในมหกรรมศิลปะนานาชาติ documenta ครั้งที่ 15 ซึ่งในครั้งนั้น “บ้านนอก คอเลคทีฟ” เข้าร่วมแสดงผลงาน มันคือการทำงานความร่วมมือที่กินพื้นที่ เวลาในหลายมิติ โดยกลุ่มศิลปินได้สร้างชานชลาแห่งสายธารความร่วมมือเพื่อก้าวข้ามความแตกต่างและนำไปสู่ภาพเดียวกันที่ว่า “Make friend not art”

บทสัมภาษณ์ Ulrich เกี่ยวกับโลกศิลปะในช่วงปี 2025 และการมองอนาคตในปี 2026 ตอกย้ำความเป็นจริงในการขับเคลื่อนแนวคิดเชิงภัณฑารักษ์ซึ่งมิใช่เพียงการประดับประดาตกแต่งให้ผลงานศิลปะจัดแสดงในห้องสีขาว หรือตลาดสดทางศิลปะ(Art fairs) ซึ่งมีอยู่ดาษดื่น หากเป็นการมุ่งเน้นให้ผู้ชมเข้ามีปฏิสัมพันธ์กับนิทรรศการเพื่อผลักดันให้เกิดการมีส่วนร่วมกับผู้อื่น

การสร้างแรงดึงดูดเพื่อให้เกิดการรวมตัวกัน (Togetherness) ในช่วงปี 2025 มิใช้เหตุบังเอิญ Ulrich มองว่าส่วนเสี่ยวของโครงสร้างหลักในงานศิลปะประกอบไปด้วยเนื้อหาที่เกี่ยวกับ การเมือง สังคมและเทคโนโลยี ซึ่งมันได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับศิลปินเพื่อปรับเปลี่ยนตำแหน่งแห่งหนของผู้ชม ให้กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญในการขับเคลื่อนชิ้นผลงาน ตัวอย่างผลงานของ Danielle Brathwaite-Shirley ซึ่งสร้างผลงานเกี่ยวกับบันทึกการปรากฏของคนผิวสีข้ามเพศโดยผสานเข้ากับการแสดงสดรวมถึงเรื่องแต่งซึ่งใช้สื่อปฏิสัมพันธ์ (interactive media) เพื่อท้าทายแนวทางการเล่าเรื่อง โดยให้ผู้ชมกลายเป็นศูนย์กลางของผลงานซึ่งศิลปินได้สร้างรูปแบบของการรวมตัวกันเพื่อให้คนแปลกน่าได้สร้างบทสนทนาร่วมกัน

Danielle Brathwaite-Shirley, The Rebirthing Room, 2024

Obrist มองว่าในปี 2026 ศิลปินจะพยายามสร้างแรงเวี่ยงของการรวมตัวกันผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ การขยายกรอบระยะเวลา และรูปแบบนิทรรศการในโครงสร้างใหม่ ซึ่งประกอบด้วย 1. การที่ศิลปินจะทำงานร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสนับสนุนชุมชน 2. การเปลี่ยนผ่านไปสู่ศิลปะที่อาศัยระยะเวลาในการแสดงตัวมัน และ 3. การคิดหาแบบจำลองใหม่ๆ สำหรับ biennale

____________________

Artists will incorporate AI to support the community

Obrist กล่าวว่าในปี 2026 เราจะได้เห็นศิลปินวิพากษ์การมีส่วมร่วมกับปัญญาประดิษฐ์มากยิ่งขึ้นในประเด็นเกี่ยวกับความเป็นเจ้าของผลงาน การสร้างความร่วมมือและปฏิกริยาเชิงคอเลคทีฟ เช่นผลงานของ Holly Herndon และ Mat Dryhurst ซึ่งไม่ใช่การใช้ปัญญาประดิษฐ์ในเชิงภาพทัศนะ หากแต่เป็นการใช้ปัญญาประดิษฐ์ ในฐานะเป็นเครื่องมือทางสังคม และเป็นการทำงานร่วมกันกับปัญญาประดิษฐ์ มากกว่าที่จะใช้งานในฐานะปัญญาประดิษฐ์เพื่อสร้างภาพจำลองจากคําอธิบายที่เป็นข้อความ

Holly Herndon and Mat Dryhurst, Starmirror (Installation view with Herndon at KW, Berlin), 2025.

อีกตัวอย่างเป็นผลงานของ Stephanie Dinkins ศิลปินแนวข้ามสื่อ(transmedia artist) ผู้ซึ่งออกแบบชานชาลาสำหรับสร้างบทสนทนาของปัญญาประดิษฐ์ผนวกเข้ากับประเด็นเรื่องเชื้อชาติ เพศสภาพ สังคมสูงวัย และประวัติศาสตร์ในอนาคตของเรา โดยผลักดันให้เกิดการทำงงานร่วมกับชุมชนคนผิวสีและร่วมสร้างความเสมอภาคภายในระบบนิเวศของ AI

Stephanie Dinkins, Conversations with Bina48, 2014

____________________

A turn toward long durational artworks

ในส่วนที่ 2 คือการนิยามแรงต้านกระแสของความเฉื่อยช้า ซึ่งโดนบีบอัดด้วยระยะเวลาในการแสดงผลงานในแต่ละนิทรรศการ กระบวนการคิดและทำงานแบบเปิดกว้างเรื่องระยะเวลา ทำให้ศิลปินสามารถถอยออกห่างจากกำแพงของสถาบัน ซึ่งมันคือการเติบโตของการทำงานกับพื้นที่สาธารณะ เป็นการฝึกฝนนอกเขตแดนของพิพิธภัณฑ์ ซึ่งอาจเปิดพื้นที่ใหม่ๆ เช่น ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ พักสวนครัว และระบบนิเวศวิทยา และในหลายกรณีตัวผลงานศิลปะได้กลายเป็นสิ่งมีชีวิต

Tuan Mami, Echoes of Vietnam in the American South, 2024

แม้แต่ศิลปินในตำนานอย่าง Gianfranco Baruchello ซึ่งสร้างงานโดยการเชื่อมต่อโครงข่ายความสัมพันธ์ระหว่างศิลปะ เกษตรกรรมและเศรษฐศาสตร์ โดยเขาเชื่อว่า มันคือแนวทางที่ท้าทายแนวคิดที่เป็นเส้นตรงแบบสถาบันหรือพิพิธภัณฑ์เพื่อสร้างกรอบความคิดใหม่ในการออกแบบโปรแกรม และแนวทางการนำเสนอผลงาน

Gianfranco Baruchello, Piccolo Sistema, 2018

_____________________

Rethinking biennale models

เมื่อมองไปข้างหน้าในปี 2026 นี้ การคิดนอกกรอบหรือวิธีคิดใหม่ๆ โดยออกจากเขตแดนที่คุ้นชิน คือสิ่งที่กำลังเป็นทั้งคำถามและวิถีทางในเวลาเดียวกัน ยุทธศาสตร์ของการออกแบบเทศกาลศิลปะนานาชาติอย่าง biennale จะคงพยายามตอบโจทย์ใหม่ๆ เพื่อสร้างกลยุทธและหาคำตอบกับคำถามที่ว่า “เราจะคงทำ biennale ต่อไปเพื่ออะไร”

ในปี 2025 เทศกาลศิลปะนานาชาติ Bukhara biennale ที่ประเทศ อุซเบกิสถาน ถือเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ Diana Campbell ภัณฑารักษ์โครงการได้สร้างกระบวนการในการสร้างสรรค์ผลงานของศิลปินที่ได้รับเชิญเข้าร่วมโครงการ ด้วยการเปลี่ยนเกมส์การเล่นเสียใหม่โดยให้ศิลปินจับคู่กับช่างฝีมือในท้องถิ่น และตัวผลงานทุกชิ้นต้องผลิตในพื้นที่โดยไม่มีการนำขนส่งนำเข้า และเทศกาลศิลปะครั้งนี้เปิดให้ผู้คนในท้องถิ่นเข้าชมได้โดยไม่มีค่าตั๋วทุกคนสามารถเดินเข้ามาในงานได้ผ่านประตูหลักของงาน

Installation view of the Bukhara Biennial, 2025. Courtesy of the Bukhara Biennial.
Installation view of the Bukhara Biennial, 2025. Courtesy of the Bukhara Biennial.

“แนวโน้มของโลกศิลปะที่น่าจะเป็นและมีความเป็นไปได้อย่างมากก็คือ การที่ศิลปะจะนำไปสู่การรวมตัวของผู้คนจำนวนมาก จากการสร้างสรรค์พื้นที่ให้สำหรับคนที่ไม่เคยได้พบเจอหรือพูดคุยกันได้มีพื้นที่ที่มีความสำคัญ และเป็นสิ่งที่เร่งด่วนในโลกคู่ขนานที่เราต่างก็อยู่ร่วมกัน” Obrist กล่าว

อ้างอิง: Maxwell Rabb, Art Mega-Curator, Hans Ulrich Obrist Shares His Predictions for Art in 2026